7 ปัจจัยที่ใช้กำหนดการบริโภค
แม้ว่าความต้องการบริโภคสินค้าหรือบริการของผู้บริโภคแต่ละรายจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะส่วนบุคคล เช่น ฐานะ ความเชื่อ รสนิยม หรือความจำเป็นเฉพาะตน แต่โดยภาพรวมแล้วสามารถจำแนกปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจบริโภคออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ โดยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ดังนี้

1. รายได้ของผู้บริโภค
ระดับรายได้ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการกำหนดพฤติกรรมการบริโภค กล่าวคือ ยิ่งผู้บริโภคมีรายได้สูงเท่าใด ก็จะมีความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น และในทางกลับกัน หากรายได้ลดลง ความสามารถในการบริโภคก็จะลดลงตามไปด้วย
ตัวอย่างเช่น
นายรวยมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท และใช้เงินเพื่อการบริโภคในอัตราร้อยละ 70 ของรายได้ คิดเป็นเงิน 35,000 บาทต่อเดือน อีก 30% เป็นการเก็บออม ต่อมาเมื่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 80,000 บาทต่อเดือน และยังคงอัตราการบริโภคเท่าเดิม นายรวยจะใช้เงินบริโภคเป็นจำนวน 56,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมากขึ้นตามระดับรายได้
ในทางกลับกัน หากรายได้ของเขาลดลงเหลือ 40,000 บาท และยังคงบริโภคในอัตรา 70% เท่าเดิม จะทำให้เขาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเพียง 28,000 บาทเท่านั้น
นี่แสดงให้เห็นว่ารายได้มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับระดับการบริโภค คือ ยิ่งรายได้มาก การบริโภคก็เพิ่มขึ้นตาม และในทางกลับกัน ยิ่งรายได้น้อย การบริโภคก็จะลดลง
2. ราคาของสินค้าและบริการ
ราคาของสินค้าและบริการมีผลต่อ “อำนาจซื้อ” ของผู้บริโภคโดยตรง กล่าวคือ หากราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เงินจำนวนเท่าเดิมจะซื้อสินค้าได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้การบริโภคลดลงโดยอัตโนมัติ ตรงกันข้าม หากราคาสินค้าลดลง อำนาจซื้อของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น สามารถซื้อสินค้าได้มากขึ้น แม้จะใช้เงินในปริมาณเท่าเดิม
ตัวอย่างเช่น
หากขวดน้ำแร่ราคา 20 บาท แต่ราคาปรับลดลงเหลือ 15 บาท ผู้บริโภคคนหนึ่งที่มีงบประมาณ 100 บาท จะสามารถซื้อน้ำแร่ได้จากเดิม 5 ขวด เพิ่มเป็น 6 ขวด ซึ่งหมายถึงระดับการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาลดลง
🛒 ตั้งราคาอย่างชาญฉลาด ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคา PRICING Maket PROFIT กระชากกำไรที่ถูกปิดซ่อนด้วยกลยุทธด้านราคา 👉 [พิกัดหนังสือ บน Shopee ]
3. ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือ
แม้รายได้จะเท่าเดิม แต่สิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจในการใช้จ่ายคือ “เงินสดหรือสภาพคล่อง” ที่อยู่ในมือ หากผู้บริโภคมีเงินหมุนเวียนในมือมาก ก็มีแนวโน้มจะใช้จ่ายมากขึ้น เพราะรู้สึกมั่นคงทางการเงิน ตรงกันข้าม หากผู้บริโภคไม่มีเงินสดหรือเงินสำรองอยู่ในมือ แม้ว่าจะมีรายได้สูงแต่มีภาระผูกพันเยอะ ก็อาจเลือกชะลอการบริโภคหรือหลีกเลี่ยงการใช้จ่าย
4. ปริมาณของสินค้าในตลาด
อุปทานหรือปริมาณสินค้าที่มีในตลาดเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภค หากสินค้าและบริการมีอยู่มาก ผู้บริโภคจะมีตัวเลือกหลากหลาย ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคมีความยืดหยุ่นมากขึ้น อาจส่งผลให้เกิดการบริโภคในปริมาณที่มากขึ้น เนื่องจากมีทางเลือกและราคาที่แข่งขันกัน
ในทางกลับกัน ถ้าสินค้าขาดตลาดหรือมีน้อย ราคามักจะสูงขึ้น และผู้บริโภคอาจลดการบริโภคหรือหันไปเลือกสินค้าทดแทน
5. การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต
พฤติกรรมของผู้บริโภคยังได้รับอิทธิพลจากการคาดการณ์ราคาในอนาคต เช่น หากผู้บริโภคคาดว่าราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าเหล่านั้นล่วงหน้า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย (บริโภคในปัจจุบันมากขึ้น) ตรงกันข้าม หากคาดว่าราคาจะลดลง ผู้บริโภคจะชะลอการซื้อไว้ก่อน รอให้ราคาลดลงก่อนค่อยบริโภค (ลดการบริโภคในปัจจุบัน)
ตัวอย่างเช่น
ในช่วงที่น้ำมันมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ผู้คนมักจะเติมน้ำมันเต็มถังก่อนล่วงหน้า หรือในช่วงปลายปี หากมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า ผู้บริโภคบางกลุ่มจะชะลอการซื้อของไว้ก่อนเพื่อรอซื้อในช่วงลดราคา

6. ระบบการค้าและการชำระเงิน
ระบบการซื้อขายที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ เช่น การซื้อด้วยเงินดาวน์ต่ำ ผ่อนระยะยาว จะเอื้อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้ามูลค่าสูงได้มากขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการบริโภค แม้ว่าผู้บริโภคอาจไม่มีเงินก้อนในทันที แต่ก็สามารถซื้อสินค้ามาใช้ก่อนได้
ตัวอย่างเช่น
การผ่อนชำระค่างวดรถยนต์หรือบ้าน ช่วยให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ได้ แม้ว่าจะไม่มีเงินสดก้อนใหญ่ในทันที หากไม่มีระบบเงินผ่อน การบริโภคในกลุ่มสินค้าราคาสูงเหล่านี้ก็อาจลดลง
🛒 เครื่องPOS พร้อมระบบขายหน้าร้านใช้งานฟรี เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจคนยุคใหม่ ระบบการค้าและการชำเงินหน้าร้านอย่างมืออาชีพ 👉 [เช็กราคารุ่นแนะนำ Sunmi D3 PRO เครื่องPOS ที่นี่]
7. ปัจจัยส่วนบุคคลและสังคม
นอกเหนือจากปัจจัยเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัจจัยทางสังคมและส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการบริโภค ได้แก่
ฤดูกาลและเทศกาล : เช่น เทศกาลกินเจ ผู้บริโภคที่นับถือหรือปฏิบัติตามจะงดบริโภคเนื้อสัตว์ และเลือกบริโภคอาหารเจแทน
เพศ: ผู้ชายและผู้หญิงมีแนวโน้มการบริโภคสินค้าที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงมักนิยมซื้อสินค้าประเภทเครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่น ส่วนผู้ชายอาจให้ความสำคัญกับสินค้าเทคโนโลยี
วัยและอายุ: เด็กมักชอบขนม ลูกอม ของเล่น ในขณะที่ผู้ใหญ่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
การศึกษา: ผู้บริโภคที่มีการศึกษาสูงมักตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผล และให้ความสำคัญกับคุณภาพและข้อมูลสินค้า
ฤดูกาลและเทศกาล: เช่น เทศกาลกินเจ ผู้บริโภคที่นับถือหรือปฏิบัติตามจะงดบริโภคเนื้อสัตว์ และเลือกบริโภคอาหารเจแทน
สรุป
การบริโภคของผู้บริโภคนั้นได้รับอิทธิพลจากหลากหลายปัจจัย ทั้งที่เป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ ราคา ปริมาณสินค้า และระบบการเงิน ตลอดจนปัจจัยส่วนบุคคลและสังคม เช่น เพศ วัย รสนิยม ความเชื่อ และวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญไม่เฉพาะแต่ในมุมของผู้บริโภคเองเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อผู้ผลิต นักการตลาด และนักวางแผนนโยบายที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือคิดจะรีแบรนด์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่าลืมนึกถึงเรา
เข้าไปดูบริการทั้งหมดของเราได้ที่
🌐 https://imartdesign.com
IMArt Design | พลังงานดี เริ่มต้นที่การออกแบบที่ใช่


